code Code
← Home

คำคุณศัพท์ N5 ฉบับละเอียด (Adjectives)

เคล็ดลับการใช้คำคุณศัพท์ -i และ -na ให้เหมือนคนญี่ปุ่น

ทำไมต้องแยกประเภทคำคุณศัพท์?

ในภาษาญี่ปุ่น คำคุณศัพท์ (Adjective) ไม่ได้มีหน้าที่แค่ขยายคำนามเท่านั้น แต่ยังสามารถ "ผันรูป" เพื่อบอกอดีตหรือปฏิเสธได้เหมือนคำกริยาเลยครับ! จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือการแบ่งประเภทออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีวิธีการใช้งานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

i-Adj คำคุณศัพท์ -i (อิ)

ลงท้ายด้วยเสียง "i" (い) เสมอ
ตัวอย่างการใช้: วางหน้าคำนามได้เลย เช่น
Takai hon (หนังสือแพง)

na-Adj คำคุณศัพท์ -na (นะ)

มักลงท้ายด้วยเสียงอื่น (แต่มีข้อยกเว้น!)
ตัวอย่างการใช้: ต้องเติม "na" (な) ก่อนวางหน้าคำนาม เช่น
Shizuka na heya (ห้องที่เงียบ)

ระวังกับดัก! มีคำบางคำที่ลงท้ายด้วยเสียง "i" แต่ดันเป็นคำคุณศัพท์กลุ่ม -na (เช่น Kirei, Kirai) ซึ่งผมได้ทำเครื่องหมายเตือนไว้ให้ในรายการด้านล่างแล้วครับ

i-Adj (-อิ) Thai: โอคิอิ
ใหญ่

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono kaban wa ookii desu.

กระเป๋าใบนี้ใหญ่ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『小さい (ちいさい / Chiisai)』 ที่แปลว่า 'เล็ก'

【การเรียงประโยค】: ในภาษาญี่ปุ่นเมื่อใช้ขยายคำนาม สามารถวางไว้หน้าคำนามได้ทันที เช่น 『おおきい かばん (กระเป๋าใบใหญ่)』 ข้อควรระวังสำหรับคนไทยคือ ในภาษาไทยเราพูดว่า 'กระเป๋าใหญ่' (นาม + คุณศัพท์) แต่ญี่ปุ่นต้องเป็น 'ใหญ่ กระเป๋า' (คุณศัพท์ + นาม) เสมอครับ

i-Adj (-อิ) Thai: ทะไก
แพง / สูง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ano kamera wa totemo takai desu.

กล้องตัวนั้นราคาแพงมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】:
1. ถ้าแปลว่า 'แพง' ตรงข้ามคือ 『安い (やすい / Yasui)』
2. ถ้าแปลว่า 'สูง' ตรงข้ามคือ 『低い (ひくい / Hikui)』

【บริบทการใช้】: คำนี้มี 2 ความหมายหลักคือใช้บอก 'ราคา' และบอก 'ความสูง' ของวัตถุหรือคน ในระดับ N5 ต้องดูบริบทของประโยคให้ดีว่ากำลังพูดถึงเรื่องเงินหรือเรื่องความสูงอยู่ครับ

Thai Reading: อะทสึอิ

ร้อน (อากาศ)

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kyou wa totemo atsui desu ne.

วันนี้ร้อนมากเลยนะครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【ประเภทคำคุณศัพท์】: คำคุณศัพท์ -i (อิ)

【คำตรงข้าม】: 『寒い (さむい / Samui)』 แปลว่า 'หนาว (อากาศ)'

【ข้อควรระวังพิเศษ】: ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า 'ร้อน' มีคันจิ 2 แบบ คือ 『暑い』 (สำหรับสภาพอากาศ) และ 『熱い』 (สำหรับสิ่งของที่ร้อนเมื่อสัมผัส เช่น กาแฟ) ในระดับ N5 คันจิตัวนี้ 『暑』 (มีพระอาทิตย์ 日 อยู่ข้างบน) มักออกคู่กับคำว่า 天気 (Tenki - อากาศ) ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: อะตะระชิอิ
ใหม่

Example (ตัวอย่างประโยค)

Atarashii kutsu o kaimashita.

ซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『古い (ふるい / Furui)』 แปลว่า 'เก่า'

【การใช้งาน】: ใช้ได้กับสิ่งของ (เช่น รถใหม่, บ้านใหม่) หรือข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ แต่ **ห้าม** ใช้กับ 'คน' ในความหมายว่า "เพื่อนใหม่" (จะใช้คำว่า New Friend - Atarashii tomodachi ได้ แต่จะไม่ใช้ขยายลักษณะคนว่าคนนี้คือคนใหม่ในเชิงลักษณะครับ)

na-Adj (Special!) Thai: คิเรอิ
สวย / สะอาด

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi no heya wa kirei desu.

ห้องของฉันสะอาดครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『汚い (きたない / Kitanai)』 แปลว่า 'สกปรก'

【จุดสำคัญระดับ 5 ดาว】: แม้ว่าคำนี้จะลงท้ายด้วยเสียง -i (Kire-i) แต่กฎทางไวยากรณ์คือมันเป็น **คำคุณศัพท์กลุ่ม -na** เวลาไปขยายคำนามต้องเติม -na ด้วย เช่น 『きれいな はな (ดอกไม้ที่สวย)』

【ความหมายคู่】: นอกจากความหมายว่า 'สวย' แล้ว คนญี่ปุ่นยังใช้ในความหมายว่า 'สะอาด' (Clean) หรือ 'เป็นระเบียบเรียบร้อย' ด้วยครับ

i-Adj (-อิ) Thai: ยะสุอิ
ถูก (ราคา)

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono ringo wa totemo yasui desu.

แอปเปิ้ลผลนี้ราคาถูกมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『高い (たかい / Takai)』 แปลว่า 'แพง'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกราคาที่ประหยัดหรือถูก ข้อควรระวังคือ คำว่า Yasui (安い) พยากรณ์เสียงเหมือนกับคำว่า Yasui (易しい) ที่แปลว่า 'ง่าย' แต่คนละคันจิกัน ในระดับ N5 ถ้าเห็นคันจิรูป 『安』 (มีหลังคาและผู้หญิงด้านล่าง) ให้จำว่าเกี่ยวกับ 'ราคาถูก' หรือ 'ความปลอดภัย' ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: โออิชิอิ
อร่อย

Example (ตัวอย่างประโยค)

Nihon no ryouri wa oishii desu.

อาหารญี่ปุ่นอร่อยครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『まずい (Mazui)』 แปลว่า 'ไม่อร่อย/รสชาติแย่'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: เป็นคำพื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด ในภาษาสุภาพมากๆ หรือภาษาผู้ชายบางครั้งจะใช้คำว่า 『うまい (Umai)』 แทน ซึ่งแปลว่าอร่อยเหมือนกันแต่เป็นกันเองมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในระดับ N5 และการพูดสุภาพทั่วไป ให้ใช้ 『おいしい』 จะปลอดภัยและดูน่ารักที่สุดครับ

na-Adj (-นะ) Thai: ชิซุกะ
เงียบ / สงบ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Toshokan wa totemo shizuka desu.

ห้องสมุดเงียบมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『にぎやか (な) (Nigiyaka)』 แปลว่า 'ครึกครื้น/จอแจ'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: คำนี้มักใช้บรรยายสถานที่ เช่น ห้องสมุด หรือย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่มีเสียงรบกวน สิ่งที่ต้องจำคือเมื่อจะไปขยายคำนาม ต้องใส่ -na เสมอ เช่น 『しずかな まち (เมืองที่เงียบสงบ)』 เป็นคำคุณศัพท์กลุ่ม -na ที่ออกสอบบ่อยคู่กับ Nigiyaka ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: จิไกอิ
ใกล้

Example (ตัวอย่างประโยค)

Uchi wa eki kara chikai desu.

บ้านอยู่ใกล้จากสถานีรถไฟครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『遠い (とおい / Tooi)』 แปลว่า 'ไกล'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกระยะทางของสถานที่ ในประโยคตัวอย่างมีการใช้คำช่วย 『จาก (Kara)』 ที่แปลว่า 'จาก' เพื่อบอกจุดเริ่มต้นของการวัดระยะทางครับ

i-Adj (-อิ) Thai: อิโซะงะชิอิ
ยุ่ง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kyou wa shigoto ga isogashii desu.

วันนี้งานยุ่งมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『暇 (な) (ひま / Hima)』 แปลว่า 'ว่าง/มีเวลาว่าง'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกสภาพที่มีภารกิจมากจนไม่มีเวลาว่าง คันจิรูป 『忙』 ประกอบด้วยตัว 'ใจ' และ 'ตาย' สื่อถึงการที่ยุ่งจนใจจะขาด สิ่งที่น่าสนใจคือคำตรงข้ามของมัน (Hima) เป็นคำคุณศัพท์กลุ่ม -na แต่ตัวมันเอง (Isogashii) เป็นกลุ่ม -i ซึ่งต้องระวังเวลาผันรูปปฏิเสธครับ

i-Adj (-อิ) Thai: ฮิโระอิ
กว้าง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono heya wa totemo hiroi desu.

ห้องนี้กว้างขวางมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『狭い (せまい / Semai)』 แปลว่า 'แคบ'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บรรยายพื้นที่หรือสถานที่ที่มีขนาดกว้างขวาง เช่น ห้อง, ถนน, สวนสาธารณะ ข้อสังเกต: คันจิรูป 『広』 มีลักษณะเหมือนหลังคาที่มีพื้นที่ด้านล่างกว้างๆ ช่วยให้จำความหมายได้ง่ายขึ้นครับ ในการสอบ N5 มักจะใช้คู่กับคำว่า 部屋 (Heya - ห้อง)

i-Adj (-อิ) Thai: เซะมะอิ
แคบ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi no michi wa semai desu.

ถนนแถวบ้านฉันแคบครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『広い (ひろい / Hiroi)』 แปลว่า 'กว้าง'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บรรยายพื้นที่ที่รู้สึกอึดอัดหรือมีจำกัด เช่น ห้องแคบๆ หรือถนนที่รถสวนกันลำบาก คนไทยควรระวังเรื่องการออกเสียง 'Se' ให้ชัดเจน ไม่ใช่ 'She' ความหมายของคำนี้มักจะใช้ในเชิงลบมากกว่า Hiroi ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: มุซุกะชิอิ
ยาก

Example (ตัวอย่างประโยค)

Nihongo no tesuto wa muzukashii desu.

ข้อสอบภาษาญี่ปุ่นยากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『易しい (やさしい / Yasashii)』 หรือ 『簡単 (かんたん / Kantan)』 แปลว่า 'ง่าย'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: เป็นคำยาวที่พบบ่อยในบทเรียนและการสอบ จุดเด่นคือใช้ได้ทั้งกับเรื่องเรียน และปัญหาที่แก้ยาก ในการสนทนาจริง คนญี่ปุ่นมักจะพูดสั้นๆ ว่า 'Muzui' (ภาษาวัยรุ่น) แต่ในระดับ N5 ให้ใช้รูปเต็มคือ 『難しい』 เสมอครับ

i-Adj (-อิ) Thai: ยะซะชิอิ
ง่าย

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono hon wa yasashii desu.

หนังสือเล่มนี้ง่ายครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『難しい (むずかしい / Muzukashii)』 แปลว่า 'ยาก'

【จุดควรระวังระดับ 5 ดาว!】: คำว่า 『やさしい』 มี 2 ความหมายที่เขียนคันจิไม่เหมือนกัน: 1. 『易しい』 แปลว่า 'ง่าย' (Easy) 2. 『優しい』 แปลว่า 'ใจดี' (Kind) ในระดับ N5 ข้อสอบมักจะหลอกเรื่องความหมายนี้ ถ้าโจทย์พูดถึงข้อสอบจะหมายถึง 'ง่าย' แต่ถ้าพูดถึงคนจะหมายถึง 'ใจดี' ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: ซะมุอิ
หนาว (อากาศ)

Example (ตัวอย่างประโยค)

Fuyu wa totemo samui desu.

ฤดูหนาวอากาศหนาวมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『暑い (あつい / Atsui)』 แปลว่า 'ร้อน (อากาศ)'

【จุดที่คนไทยผิดบ่อยที่สุด!】: ในภาษาญี่ปุ่น 'หนาว/เย็น' แยกใช้ 2 คำ: 1. 『寒い (Samui)』 ใช้กับ อากาศ เท่านั้น 2. 『冷たい (Tsumetai)』 ใช้กับ สิ่งของที่สัมผัส (เช่น น้ำเย็น) ห้ามพูดว่า 'น้ำหนาว' เด็ดขาด จุดนี้ออกข้อสอบ N5 บ่อยมากครับ

i-Adj (-อิ) Thai: สึเมะตะอิ
เย็น (สัมผัส)

Example (ตัวอย่างประโยค)

Tsumetai mizu o nomimashita.

ดื่มน้ำเย็นๆ มาครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『熱い (あつい / Atsui)』 แปลว่า 'ร้อน (สัมผัสวัตถุ)' หรือ 『温かい (あたたかい / Atatakai)』 แปลว่า 'อุ่น'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกอุณหภูมิของสิ่งของที่เราสัมผัสได้ เช่น น้ำแข็ง, น้ำ หรือแก้วที่แช่เย็น ข้อควรระวังที่สุดคือ ห้ามใช้คำนี้กับอากาศ (อากาศเย็น/หนาว ต้องใช้ Samui) นอกจากนี้ยังใช้บรรยายลักษณะนิสัยคนได้ด้วยว่า 'เย็นชา' (Tsumetai hito) ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: อะทสึอิ
ร้อน (สัมผัส)

Example (ตัวอย่างประโยค)

Atsui ocha o douzo.

เชิญดื่มน้ำชาร้อนๆ ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『冷たい (つめたい / Tsumetai)』 แปลว่า 'เย็น'

【คำอธิบายสำคัญ】: ออกเสียงว่า Atsui เหมือนกับ 'ร้อน (อากาศ)' แต่เขียนคันจิคนละแบบกัน คือ 『熱い』 (ใช้กับกาแฟ, ซุป หรือสิ่งของที่ร้อน) ในการสอบ N5 ถ้าโจทย์พูดถึงของกิน ต้องมองหาคันจิที่มีตัว 'ไฟ' (灬) อยู่ด้านล่างแบบคำนี้ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: นะงะอิ
ยาว

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kanojo no kami wa totemo nagai desu.

ผมของผู้หญิงคนนั้นยาวมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『短い (みじかい / Mijikai)』 แปลว่า 'สั้น'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกได้ทั้ง 'ความยาวของวัตถุ' (ถนนยาว, ผมยาว) และ 'ระยะเวลา' (นาน) เช่น 『長い じかん (เวลานาน)』 เป็นคำพื้นฐานที่ออกข้อสอบบ่อยมากในการวัดความเข้าใจเรื่องมิติและเวลาครับ

i-Adj (-อิ) Thai: มิจิกะอิ
สั้น

Example (ตัวอย่างประโยค)

Tesuto no jikan wa mijikai desu.

เวลาในการทำข้อสอบสั้น (น้อย) ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『長い (ながい / Nagai)』 แปลว่า 'ยาว'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกความยาวที่น้อย หรือระยะเวลาที่สั้น ข้อสังเกต: คันจิรูป 『短』 มีส่วนประกอบของตัว 'ลูกศร' (矢) อยู่ทางซ้าย สื่อถึงระยะที่ลูกศรวิ่งไปได้ไม่ไกลนัก เป็นคำตรงข้ามโดยตรงของ Nagai ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: โอะโมะชิโระอิ
สนุก / น่าสนใจ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono eiga wa totemo omoshiroi desu.

หนังเรื่องนี้สนุก/น่าสนใจมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『つまらない (Tsumaranai)』 แปลว่า 'น่าเบื่อ'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: คำนี้มีความหมายครอบคลุมกว้างมาก ทั้ง 'สนุก (Sanook)' 'น่าสนใจ (Interesting)' และ 'ตลก (Funny)' จำไว้ว่า 『面白い』 มักใช้กับสื่อหรืองานศิลปะ เช่น หนัง, หนังสือ ที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งหรือตื่นเต้นกับเนื้อหาครับ

na-Adj (-นะ) Thai: สุคิ
ชอบ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi wa nihon no ryouri ga suki desu.

ฉันชอบอาหารญี่ปุ่นครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『嫌い (きらい / Kirai)』 แปลว่า 'เกลียด/ไม่ชอบ'

【จุดที่คนไทยผิดบ่อยที่สุด (ระดับ 5 ดาว!)】: ในภาษาไทยและอังกฤษ 'ชอบ' เป็นคำกริยา แต่ในภาษาญี่ปุ่น 『好き』 เป็น 'คำคุณศัพท์' ดังนั้น ห้าม ใช้คำช่วย 『を (o)』 เด็ดขาด! ต้องใช้คำช่วย 『が (ga)』 เพื่อบอกสิ่งที่เราชอบเสมอครับ

na-Adj (Special!) Thai: คิไร
เกลียด / ไม่ชอบ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Yasai ga kirai desu.

ไม่ชอบ(เกลียด)ผักครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『好き (すき / Suki)』 แปลว่า 'ชอบ'

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนี้คือ 'กับดัก' ที่ใหญ่ที่สุด เพราะมันลงท้ายด้วยเสียง -i (Kira-i) ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่ม -i แต่จริงๆ แล้วมันคือ กลุ่ม -na เหมือนกับคำว่า Kirei (สวย) เวลาขยายคำนามต้องใช้ 『嫌いな (Kirai-na)』 และใช้คำช่วย 『が (ga)』 ครับ

na-Adj (-นะ) Thai: โจซุ
เก่ง / ชำนาญ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Anata wa nihongo ga jouzu desu ne.

คุณพูดภาษาญี่ปุ่นเก่งจังเลยนะครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『下手 (へた / Heta)』 แปลว่า 'ไม่เก่ง/ห่วย'

【วัฒนธรรมการใช้】: คำว่า 『上手』 ใช้เพื่อ 'ชมผู้อื่น' เท่านั้น ห้ามใช้ชมตัวเอง เพราะคนญี่ปุ่นถือเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน หากต้องการบอกว่าตัวเองเก่งเรื่องอะไร จะใช้คำว่า 『得意 (とくい / Tokui)』 แทนครับ

na-Adj (-นะ) Thai: เฮะตะ
ไม่เก่ง / ห่วย

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi wa uta ga heta desu.

ฉันร้องเพลงไม่เก่งครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『上手 (じょうず / Jouzu)』 แปลว่า 'เก่ง'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกความไม่ชำนาญในทักษะต่างๆ เช่น กีฬา หรือ ภาษา สังเกตจากคันจิ 『下』 (ล่าง) คู่กับ 『手』 (มือ) สื่อถึงฝีมือที่ยังอยู่ระดับล่าง ใช้คู่กับคำช่วย 『が (ga)』 เช่นเดียวกับ Jouzu ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: โอะโมะอิ
หนัก

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono nimotsu wa totemo omoi desu.

สัมภาระนี้หนักมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『軽い (かるい / Karui)』 แปลว่า 'เบา'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกน้ำหนักของวัตถุที่เรารู้สึกว่ามาก ข้อควรระวังในการออกเสียงคือ 'Omoi' (โอะ-โมะ-อิ) จะต้องไม่ออกเสียงยาวเป็น 'Omooi' เพราะความหมายอาจเปลี่ยนได้ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: คะรุอิ
เบา

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono pasokon wa totemo karui desu.

คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เบามากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『重い (おもい / Omoi)』 แปลว่า 'หนัก'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกน้ำหนักของวัตถุที่มีปริมาณน้อยหรือถือได้ง่าย คันจิรูป 『軽』 มีส่วนประกอบของตัว 'รถ' (車) อยู่ทางซ้าย สื่อถึงรถที่วิ่งได้เร็วเพราะไม่มีของหนักบรรทุกอยู่ครับ

i-Adj (-อิ) Thai: อะคะรุอิ
สว่าง / ร่าเริง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi no heya wa akarui desu.

ห้องของฉันสว่างครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『暗い (くらい / Kurai)』 แปลว่า 'มืด'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้ได้ 2 นัยหลักคือ 1. บอกแสงสว่างของสถานที่ และ 2. บอกลักษณะนิสัยคนว่าเป็นคนร่าเริง (Akarui hito) ซึ่งเป็นความหมายเชิงบวกมากในสังคมญี่ปุ่นครับ

i-Adj (-อิ) Thai: คุระอิ
มืด / เศร้าหมอง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Yoru no michi wa kurai desu.

ถนนตอนกลางคืนมันมืดครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『明るい (あかるい / Akarui)』 แปลว่า 'สว่าง'

【คำอธิบายเพิ่มเติม】: ใช้บอกสภาพที่ไม่มีแสงเพียงพอ นอกจากเรื่องสถานที่แล้ว ยังใช้บรรยายคนที่มีนิสัย 'เงียบขรึม' หรือ 'ดูอมทุกข์' (Kurai hito) ได้ด้วย ซึ่งมักจะเป็นความหมายเชิงลบเล็กน้อยครับ

i-Adj (-อิ) Thai: ทะโนะชิอิ
สนุก / มีความสุข

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ryokou wa totemo tanoshii desu.

การท่องเที่ยวสนุกมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『つまらない (Tsumaranai)』 แปลว่า 'น่าเบื่อ'

【จุดที่คนไทยสับสนที่สุด!】: คนไทยมักใช้คำว่า 'สนุก' (Sanook) กับทุกเรื่อง แต่ในญี่ปุ่นแยกดังนี้: 1. 『面白い (Omoshiroi)』: สนุกแบบ 'น่าสนใจ/ตลก' (เช่น ดูหนัง) 2. 『楽しい (Tanoshii)』: สนุกแบบ 'มีความสุข/รื่นเริง' เป็นความรู้สึกจากภายใน (เช่น ไปเที่ยวกับเพื่อน) ครับ

na-Adj (-นะ) Thai: ฮิมะ
ว่าง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ashita wa hima desu ka.

พรุ่งนี้ว่างไหมครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำตรงข้าม】: 『忙しい (いそがしい / Isogashii)』 แปลว่า 'ยุ่ง'

【คำอธิบายเชิงลึก】: ใช้บอกสภาพที่ไม่มีภารกิจต้องทำ ในสังคมญี่ปุ่นคำนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง หากไปบอกเจ้านายว่า 'Hima desu' อาจดูไม่ดีนักเพราะเหมือนบอกว่า 'ผมไม่มีงานทำ' แต่ในหมู่เพื่อนฝูงมักใช้เพื่อ 'นัดหมาย' ในวันหยุดครับ