← Home

คำนาม N5 ฉบับละเอียด (Nouns)

เรียนรู้คำศัพท์พร้อมเข้าใจวัฒนธรรม "อุจิ-โซโตะ"

🏷️

คำนามญี่ปุ่น: มากกว่าแค่ชื่อเรียก

คำนาม (Noun) ในภาษาญี่ปุ่นมีความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมซ่อนอยู่ครับ โดยเฉพาะเรื่อง "ระยะห่างทางสังคม" (Uchi-Soto) ซึ่งไม่มีในภาษาไทย ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการเรียกสมาชิกในครอบครัว:

📌 กฎเหล็ก "คนใน vs คนนอก":

  • 🏠
    พูดถึงคนในครอบครัวตัวเอง (ให้คนอื่นฟัง):
    ต้องใช้คำถ่อมตัว เช่น Chichi (พ่อ), Haha (แม่) เพื่อลดสถานะตัวเองลง เป็นมารยาทที่สำคัญมาก
  • 🎁
    เรียกคนในครอบครัว / พูดถึงครอบครัวคนอื่น:
    ต้องใช้คำยกย่อง เช่น Otousan (คุณพ่อ), Okaasan (คุณแม่) เพื่อให้เกียรติ

ในพจนานุกรมฉบับนี้ ผมได้คัดเลือกคำนาม N5 ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมอธิบายบริบทการใช้งานและคำช่วยที่มักใช้คู่กัน เพื่อให้คุณนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติครับ

Thai Reading: คะโซะคุ

ครอบครัว

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi no kazoku wa gonin desu.

ครอบครัวของฉันมี 5 คนครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: ใช้เรียกครอบครัวโดยรวม จุดที่ต้องระวังคือวัฒนธรรม 'ใน-นอก' (Uchi-Soto) ของญี่ปุ่น:
1. หากพูดถึงครอบครัวตัวเองให้ใช้ 『家族 (Kazoku)』
2. หากถามถึงครอบครัวของผู้อื่นอย่างสุภาพ ให้เติม 'Go-' ไว้ข้างหน้าเป็น 『ご家族 (Gokazoku)』
การใช้คำลักษณนามบอกจำนวนคนจะใช้คำว่า 『〜人 (nin)』 เช่น 5 คนคือ Go-nin แต่ 1 คน (Hitori) และ 2 คน (Futari) เป็นข้อยกเว้นครับ

Thai Reading: จิจิ

พ่อ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Chichi wa ginkouin desu.

คุณพ่อ(ของฉัน)เป็นพนักงานธนาคารครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: นี่คือจุดที่คนไทยมักสับสนที่สุด! ในภาษาญี่ปุ่นมีคำว่าพ่อ 2 แบบ:
1. 『父 (Chichi)』: ใช้เมื่อเรา 'เล่าเรื่องพ่อตัวเองให้คนอื่นฟัง' เพื่อแสดงความถ่อมตัว
2. 『お父さん (Otousan)』: ใช้เมื่อ 'เรียกพ่อตัวเองตรงๆ' หรือ 'พูดถึงพ่อของผู้อื่น'
ห้ามไปเรียกพ่อคนอื่นว่า Chichi เด็ดขาดเพราะจะดูไม่สุภาพอย่างมากครับ

Thai Reading: ฮะฮะ

แม่

Example (ตัวอย่างประโยค)

Haha wa ryouri ga jouzu desu.

คุณแม่(ของฉัน)ทำอาหารเก่งครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: หลักการเดียวกับคำว่าพ่อครับ:
1. 『母 (Haha)』: ใช้พูดถึงแม่ตัวเองให้คนนอกฟัง
2. 『お母さん (Okaasan)』: ใช้เรียกแม่ตัวเอง หรือพูดถึงแม่คนอื่น
การใช้ Haha จึงเป็นการให้เกียรติผู้ฟังโดยการไม่ยกย่องคนในครอบครัวตัวเองจนเกินไป (Modesty culture) ครับ

Thai Reading: โทะโมะดะจิ

เพื่อน

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ashita tomodachi ni aimasu.

พรุ่งนี้จะไปเจอเพื่อนครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนี้ใช้เรียกเพื่อนทั่วไป จุดสำคัญคือในประโยคตัวอย่าง กริยา 'พบ/เจอ' (会う - Au) จะต้องใช้คู่กับคำช่วย 『に (ni)』 เสมอ ไม่ใช่ 'O' เหมือนภาษาไทย นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นมักจะเรียกชื่อเพื่อนแล้วตามด้วย 『〜くん (-kun)』 หรือ 『〜ちゃん (-chan)』 เพื่อรักษาความสุภาพครับ

Thai Reading: นะมะเอะ

ชื่อ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Onamae wa nan desu ka.

ชื่อของคุณคืออะไรครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนามนี้มักจะเติม 'O-' ไว้ข้างหน้าเป็น 『お名前 (Onamae)』 เมื่อถามชื่อคนอื่น ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น หากเราไม่สนิทกันจริงๆ การเรียกชื่อจริง (First Name) อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกใจได้ ดังนั้นควรเริ่มต้นด้วยการถามชื่อและนามสกุลให้ชัดเจนครับ

Thai Reading: เซนเซ

อาจารย์

Example (ตัวอย่างประโยค)

Sensei ni shitsumon o shimasu.

ถามคำถามกับอาจารย์ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: ในญี่ปุ่นคำว่า 『先生』 เป็นคำยกย่องที่ใช้เรียกผู้มีความรู้ ไม่ใช่แค่ครู แต่รวมถึง หมอ หรือ ทนายความด้วย จุดสำคัญคือ ห้ามใช้เรียกตัวเอง หากจะบอกอาชีพครูของตัวเอง ให้ใช้คำว่า 『教師 (Kyoushi)』 แทนครับ

Thai Reading: กักโก

โรงเรียน

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ashita gakkou e ikimasu.

พรุ่งนี้จะไปโรงเรียนครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนามนี้มักใช้คู่กับคำช่วยบอกทิศทาง 『へ (e)』 หรือ 『に (ni)』 เมื่อจะบอกว่าไปโรงเรียน แต่ถ้าจะบอกว่า 'ทำกิจกรรมบางอย่างที่โรงเรียน' (เช่น เรียนที่โรงเรียน) ต้องใช้คำช่วย 『で (de)』 ครับ

Thai Reading: จิกัง

เวลา / ชั่วโมง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Benkyou no jikan wa nijikan desu.

เวลาในการเรียนคือ 2 ชั่วโมงครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนี้มีความหมาย 2 นัย: 1. หมายถึง 'เวลา' โดยรวม (Time) เช่น ไม่มีเวลา (Jikan ga arimasen) 2. หมายถึง 'ลักษณะนาม' บอกจำนวนชั่วโมง (Hours) โดยเติมตัวเลขข้างหน้า ในข้อสอบ N5 มักใช้ถามเกี่ยวกับระยะเวลาครับ

Thai Reading: เรียวริ

อาหาร

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi wa nihon no ryouri ga suki desu.

ฉันชอบอาหารญี่ปุ่นครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: 『料理』 หมายถึง 'อาหารที่เป็นเมนู/กับข้าว' ที่ผ่านการปรุงมาแล้วครับ ต่างจาก 『食べ物 (Tabemono)』 ที่หมายถึง 'ของกิน' ทั่วๆ ไป (รวมถึงผลไม้ ขนม) นอกจากนี้หากเติม 『する (suru)』 จะกลายเป็นคำกริยาแปลว่า 'ทำอาหาร' ได้ด้วยครับ

Thai Reading: โนมิโมโนะ

เครื่องดื่ม

Example (ตัวอย่างประโยค)

Tsumetai nomimono o nomimasu.

ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: เกิดจากกริยา 『飲む (Nomu - ดื่ม)』 + คำนาม 『物 (Mono - สิ่งของ)』 เมื่อเราเข้าใจโครงสร้างนี้ จะจำคำอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น 『食べ物 (ของกิน)』 ข้อควรระวัง: ในร้านอาหารญี่ปุ่น การสั่ง 'น้ำเปล่า' มักใช้คำว่า 『お水 (Omizu)』 มากกว่าจะเรียกกว้างๆ ว่า Nomimono ครับ

Thai Reading: โอกะเนะ

เงิน

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ima okane ga arimasen.

ตอนนี้ไม่มีเงินครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนี้ประกอบด้วยคำว่า 『金 (Kane)』 ที่แปลว่าเงินตรา และเติมคำสุภาพ 『お (O)』 ไว้ข้างหน้าเสมอจนเป็นคำที่ใช้กันทั่วไป คันจิรูป 『金』 สามารถอ่านว่า 'Kin' ที่แปลว่าทอง หรือ 'Kane' ที่แปลว่าเงินก็ได้ คนญี่ปุ่นมองว่าการพูดเรื่องเงินตรงๆ อาจดูไม่สุภาพในบางบริบท การเติม 'O' จึงช่วยให้น้ำเสียงดูนุ่มนวลขึ้นมากครับ

Thai Reading: เด็นฉะ

รถไฟ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Densha ni norimasu.

ขึ้นรถไฟครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: เป็นคำนามที่รวมจากคันจิ 『電 (ไฟฟ้า)』 และ 『車 (รถ)』 จุดสำคัญคือคำช่วยที่ใช้คู่กับการขึ้นรถไฟ: ต้องใช้คำช่วย 『に (ni)』 เสมอ เช่นประโยคตัวอย่าง 『電車に乗ります』 ในญี่ปุ่น รถไฟเป็นพาหนะหลัก การจำคำช่วยที่ใช้คู่กับ Densha จะช่วยให้คุณทำพาร์ทไวยากรณ์ N5 ได้แม่นยำขึ้นมากครับ

Thai Reading: เฮะยะ

ห้อง

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kono heya wa hiroi desu.

ห้องนี้กว้างครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนามนี้ใช้เรียกห้องทั่วไป หน่วยวัดความกว้างของห้องในญี่ปุ่นมักไม่ใช้ตารางเมตร แต่ใช้จำนวนเสื่อทาทามิ เรียกว่า 『畳 (jou)』 คำนามนี้มักออกสอบคู่กับคำคุณศัพท์บอกขนาด เช่น 『広い (กว้าง)』 หรือ 『狭い (แคบ)』 ซึ่งเป็นคู่คำที่คุณควรจำไว้เป็นชุดครับ

Thai Reading: คะระดะ

ร่างกาย

Example (ตัวอย่างประโยค)

Karada ni ki o tsukete kudasai.

กรุณารักษาสุขภาพด้วยนะครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำว่า 『体』 ครอบคลุมทั้งร่างกายเชิงกายภาพ และในเชิงนามธรรมที่หมายถึง 'สุขภาพ' ในประโยคตัวอย่างเป็นสำนวนที่ใช้บ่อยที่สุดเมื่อต้องบอกลากัน หรือเขียนจดหมาย โดยมีความหมายเหมือน 'Take care' ในภาษาอังกฤษครับ จุดสังเกตของคันจิรูป 『体』 คือประกอบด้วยตัว 'คน' (亻) และ 'รากฐาน' (本) ครับ

Thai Reading: เท็นคิ

สภาพอากาศ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kyou wa ii tenki desu ne.

วันนี้อากาศดีจังเลยนะครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: มาจากคันจิ 『天 (สวรรค์/ฟ้า)』 และ 『気 (พลัง/จิตใจ)』 หมายถึงอารมณ์ของท้องฟ้า การชวนคุยเรื่องอากาศ (Tenki) เป็นมารยาทพื้นฐานที่สำคัญมากในการเริ่มต้นสนทนากับคนญี่ปุ่นเพื่อละลายพฤติกรรม (Ice breaking) มักลงท้ายด้วย 『ね (ne)』 เพื่อขอความเห็นพ้องจากคู่สนทนาครับ

Thai Reading: ยะซุมิ

วันหยุด

Example (ตัวอย่างประโยค)

Ashita wa gakkou no yasumi desu.

พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนามนี้มาจากกริยา 『休む (Yasumu - พัก)』 ความหมายกว้างมาก ตั้งแต่การพักสั้นๆ ระหว่างคาบเรียน ไปจนถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือการลาหยุดงาน จุดที่น่าสนใจคือสำนวนบอกลาตอนกลางคืนคือ 『おやすみなさい (Oyasuminasai)』 ก็มีรากฐานมาจากคำนี้ สื่อถึงการอวยพรให้พักผ่อนอย่างมีความสุขครับ

Thai Reading: นิฮงโงะ

ภาษาญี่ปุ่น

Example (ตัวอย่างประโยค)

Mainichi nihongo o benkyou shimasu.

เรียนภาษาญี่ปุ่นทุกวันครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: โครงสร้างชื่อภาษาในญี่ปุ่นจำง่ายมาก คือ [ชื่อประเทศ] + 語 (go - ภาษา) เช่น 日本 (Nihon) + 語 = ภาษาญี่ปุ่น จุดที่คนไทยต้องระวังคือ ในประโยคตัวอย่าง 『日本語を勉強します』 เราต้องใส่คำช่วย 『を (o)』 เสมอเพื่อแสดงว่าภาษาญี่ปุ่นเป็นกรรม (สิ่งที่ถูกเรียน) ครับ

Thai Reading: คุหนิ

ประเทศ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Okuni wa dochira desu ka.

ประเทศของคุณคือที่ไหน ครับ/คะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนี้มักจะเติม 'O-' ไว้ข้างหน้าเป็น 『お国 (Okuni)』 เมื่อถามถึงประเทศของผู้อื่นเพื่อแสดงความสุภาพสูงสุด ในประโยคตัวอย่าง คำว่า 『どちら (Dochira)』 เป็นรูปสุภาพของ 'ที่ไหน' (Doko) คันจิรูป 『国』 มีลักษณะเหมือนอาณาเขตที่มี 'เพชร/ราชา' (玉) อยู่ข้างในสื่อถึงพื้นที่ที่ต้องปกป้องครับ

Thai Reading: อุมิ

ทะเล

Example (ตัวอย่างประโยค)

Natsuyasumi ni umi e ikimashita.

ไปทะเลมาเมื่อตอนวันหยุดฤดูร้อนครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: ทะเลมีความสำคัญมากสำหรับญี่ปุ่นที่เป็นประเทศหมู่เกาะ 1. หากจะบอกว่า 'ไปทะเล' ใช้คำช่วย 『へ (e)』 หรือ 『に (ni)』 2. หากจะบอกว่า 'ว่ายน้ำในทะเล' ใช้คำช่วย 『で (de)』 (สถานที่เกิดการกระทำ) นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นมีวันหยุดราชการที่ชื่อว่า 『海の日 (Umi no Hi)』 หรือวันแห่งทะเลด้วยครับ

Thai Reading: ยะมะ

ภูเขา

Example (ตัวอย่างประโยค)

Nihon ni wa yama ga takusan arimasu.

ที่ประเทศญี่ปุ่นมีภูเขาเยอะมากครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: พื้นที่ประมาณ 70% ของประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา คันจิรูป 『山』 เป็นอักษรภาพที่เลียนแบบยอดเขา 3 ยอด จุดที่ควรทราบคือ การเรียกชื่อภูเขาในญี่ปุ่นจะลงท้ายด้วย 『〜さん (-san)』 เช่น 『富士山 (Fujisan)』 แต่อย่าสับสนกับคำว่า '-san' ที่ใช้เรียกชื่อคนนะครับ หน้าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

Thai Reading: โกะฮัง

ข้าว / มื้ออาหาร

Example (ตัวอย่างประโยค)

Issho ni gohan o tabemashou.

ทานข้าวด้วยกันเถอะครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำนี้แปลว่า 'ข้าวสวย' ก็ได้ หรือหมายถึง 'มื้ออาหาร' ก็ได้ครับ เราสามารถนำไปผสมกับช่วงเวลาเพื่อบอกมื้ออาหารได้ดังนี้:
- 朝 (Asa - เช้า) + ご飯 = 『朝ごはん (อาหารเช้า)』
- 昼 (Hiru - กลางวัน) + ご飯 = 『昼ごはん (อาหารกลางวัน)』
- 晩 (Ban - เย็น) + ご飯 = 『晩ごはん (อาหารเย็น)』
คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการทานข้าวพร้อมหน้ากันมากครับ

Thai Reading: ชิโงะโตะ

งาน / อาชีพ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Watashi no shigoto wa sensei desu.

งานของฉันคืออาจารย์ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คำว่า 『仕事』 มักใช้ใน 2 กรณี: 1. ใช้บอก 'อาชีพ' ในประโยคแนะนำตัว 2. ใช้บอก 'การกระทำ' เมื่อเติม する (suru) จะแปลว่า 'ทำงาน' ครับ ในข้อสอบ N5 มักใช้คู่กับคำถามว่า 'Shigoto wa nan desu ka?' (ทำงานอะไรครับ/คะ)

Thai Reading: ไคโมโนะ

การซื้อของ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Depaato e kaimono ni ikimasu.

จะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: เป็นคำนามผสมที่เกิดจากกริยา 『買う (Kau - ซื้อ)』 + คำนาม 『物 (Mono - สิ่งของ)』 ในประโยคตัวอย่าง 『買い物に行きます』 เป็นไวยากรณ์สำคัญของ N5 คือการบอก 'วัตถุประสงค์ของการเคลื่อนที่' โดยใช้คำช่วย 『に (ni)』 ตามหลังคำนามครับ

Thai Reading: อะซะ

ตอนเช้า

Example (ตัวอย่างประโยค)

Asa wa shichiji ni okimasu.

ตอนเช้าจะตื่นตอน 7 โมงครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: คันจิรูป 『朝』 สื่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นทุ่งหญ้าขึ้นมาในยามเช้า จุดที่ต้องระวัง: เมื่อใช้บอกเวลาที่กว้างๆ อย่าง 'ตอนเช้า' (Asa wa...) มักไม่ต้องใส่คำช่วย 『に』 แต่ถ้าบอกเวลาที่เจาะจงด้วยตัวเลข (7 โมง) ต้องใส่ 『に (ni)』 เสมอครับ

Thai Reading: โยะรุ

ตอนกลางคืน

Example (ตัวอย่างประโยค)

Yoru juuichiji ni nemasu.

ตอนกลางคืนจะนอนตอน 5 โมงเย็น (23:00 น.) ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: ข้อควรระวังสำหรับคนไทย: ในภาษาญี่ปุ่นมีการบอกเวลาช่วงค่ำ 2 คำ คือ: 1. 『晩 (Ban)』: ช่วงเย็นถึงค่ำ (เช่น 晩ごはん) 2. 『夜 (Yoru)』: ช่วงกลางคืนที่มืดแล้ว คันจิรูป 『夜』 สื่อถึง 'ดวงจันทร์' และ 'ความมืด' ครับ

Thai Reading: อุจิ

บ้าน

Example (ตัวอย่างประโยค)

Goji ni uchi e kaerimasu.

จะกลับบ้านตอน 5 โมงครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า 'บ้าน' มี 2 คำหลักคือ:
1. 『家 (Ie)』: เน้นที่ตัวสิ่งปลูกสร้าง (House)
2. 『うち (Uchi)』: เน้นที่ 'ความรู้สึกว่าเป็นบ้าน' หรือ 'ครอบครัว' (Home)
คนญี่ปุ่นมักใช้ 『うち』 เมื่อพูดถึงการกลับบ้านของตัวเองครับ

Thai Reading: เอกิ

สถานีรถไฟ

Example (ตัวอย่างประโยค)

Eki de tomodachi ni aimasu.

เจอเพื่อนที่สถานีรถไฟครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: สถานีรถไฟเป็นศูนย์กลางชีวิตของคนญี่ปุ่น คันจิรูป 『駅』 ประกอบด้วยตัว 'ม้า' (馬) สื่อถึงในอดีตที่สถานีคือจุดพักม้าครับ หากจะบอกว่าทำกิจกรรมที่สถานี (เช่น นัดพบ) ต้องใช้คำช่วย 『で (de)』 แต่ถ้าจะบอกว่า 'ไปถึงสถานี' จะใช้ 『に (ni)』 ครับ

Thai Reading: เบียวอิน

โรงพยาบาล

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kinou byouin e ikimashita.

เมื่อวานไปโรงพยาบาลมาครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【จุดที่คนไทยต้องระวังมาก】: 'การออกเสียง' ครับ:
1. 『病院 (Byouin)』 = โรงพยาบาล (เสียงสั้นที่ตัว 'Yo')
2. 『美容院 (Biyouin)』 = ร้านเสริมสวย (เสียงยาวที่ตัว 'i')
หากออกเสียงผิด ความหมายจะเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลยครับ! ในระดับ N5 มักใช้คู่กับกริยาที่บอกความเจ็บป่วยครับ

Thai Reading: ไคฉะ

บริษัท

Example (ตัวอย่างประโยค)

Kuruma de kaisha e ikimasu.

ไปทำงาน(บริษัท)ด้วยรถยนต์ครับ/ค่ะ

คำอธิบายเชิงลึก (Explanation)

【คำอธิบายเชิงลึก】: หมายถึงสถานที่ที่คนมารวมตัวกันเพื่อทำงาน เมื่อพูดถึงพนักงานบริษัท จะเติมคำว่า '-in' ต่อท้ายเป็น 『会社員 (Kaishain)』 ในการสอบ N5 มักใช้ถามเกี่ยวกับที่ทำงาน หรือวิธีเดินทางไปทำงานครับ

Thai Reading: คุสุริ

ยา

Example (ตัวอย่างประโยค)

Gohan no ato de kusuri o nomimasu.

ทาน(ดื่ม)ยาหลังอาหารครับ/ค่ะ

จุดที่คนไทยผิดบ่อยที่สุด! (MUST KNOW)

【คำอธิบาย】: ในภาษาไทยเราใช้คำว่า 'กินยา' แต่ในภาษาญี่ปุ่น ห้าม ใช้คำว่ากิน (Taberu) กับยาเด็ดขาด! คนญี่ปุ่นมองว่ายาคือสิ่งที่ต้องกลืนลงไปพร้อมน้ำ จึงใช้กริยา 『飲む (Nomu - ดื่ม)』 เสมอ ดังนั้นต้องพูดว่า 『薬を飲みます (Kusuri o nomimasu)』 ครับ